ในทีสุดหมายข่าวที่กูเกิ้ล (Google) ส่งให้กับเหล่าบรรดาสื่อถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ก็หมายถึง การเปิดตัว Nexus One สมาร์ทโฟนของทางบริษัทจริงๆ ซึ่งเป็นการเข้าสู่ธุรกิจผู้ผลิตมือถือครั้งแรกของบริษัท โดยการเปิดตัวดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของกูเกิ้ลในสหรัฐฯ

Nexus One (เน็กซัส วัน) เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.1(เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของกูเกิ้ล) โดยฮาร์ดแวร์ของมือถือได้รับการพัฒนาโดยบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำใน ไต้หวันนั่นก็คือ HTC นั่นเอง ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ได้มีการรั่วหลุดออกมาก่อนหน้านี้มีความถูกต้องทั้งในเรื่องของรูปพรรณ สัณฐานของตัวเครื่อง ตลอดจนข้อมูลทางด้านเทคนิค หรือแม้แต่ราคา



กู เกิ้ลเรียก Nexus One ว่า "Superphone" เนื่องจากเป็นการรวมตัวของสุดยอดฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์เข้าด้วกยกัน Nexus One มีคุณสมบัติที่เป็นลูกเล่นอย่างเช่นการรู้จำเสียงพูด (speech recognition) ทำให้ผู้ใช้สามารถป้อนคีย์เวิร์ดให้กับเสิร์ชเอ็นจิ้นกูเกิ้ล พิมพ์ข้อความ อีเมล์ หรือบันทึกข้อความสั้นๆ ได้ด้วยการพูดเข้าไปยังมือถือ ข้างล่างนี้เป็นคลิปวิดีโอสาธิตความสามารถของ Nexus One

กู เกิ้ลเปิดเผยว่า จะเริ่มจำหน่าย Nexus One ในสหรัฐ อังกฤษ ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่ข่าวดีคือ คุณสามาถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.google.com/phone เดี๋ยวนี้เลย โดยมือถือจะถูกส่งจากสหรัฐฯไปยังสิงค์โปร์ ซึ่งมันสามารถขายเครื่องเปล่าโดยไม่ติดสัญญากับโอเปอเรเตอร์แต่อย่างใด ราคาพร้อมค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 577 เหรียญฯ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ไม่เกิน 20,000 บาทครับ

* สเป็กโดยสังเขปของ Google Nexus One หน้าจอทัชสกรีน WVGA OMLED 3.7 นิ้ว (คอนทราส 100,000:1) โพรเซสเซอร์ Snapdragon ความเร็ว 1GHz ของ Qualcomm ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 (Eclair) กล้อง 5 ล้านพิกเซล หน่วยความจำ 512MB การ์ดหน่วยความจำ Micro SD ได้ 4GB (สูงสุดได้ 32GB) เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11 b/g/n 3G และ Bluetooth 2.1+EDR ความหมายของคำว่า Nexus แปลว่า "การเชื่อมต่อ" Nexus One จึงหมายถึง การเชื่อมต่อโทรศัพท์กับเว็บ (webs meet phone) ให้เป็นหนึ่งเดียวนั่นเอง

LCD&LED

by IT501413008
| 11:24 PM in
| comments (0)


เทคโนโลยีของมอนิเตอร์มีการพัฒนาตลอดเวลา ปัจจุบันความสนใจของตลาดเริ่มขยับจากจอ LCD (Liquid Crystal Display) ไปเป็น LED (Light Emitting Diode) ซึ่งการเรียกชนิดจอในลักษณะนี้ทำให้ผู้ใช้หลายท่านสับสนไม่ใช่น้อย เพราะเข้าใจว่า จอทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เท่าทีทราบ ความจริงแล้ว มันยังคงเป็นจอ LCD ทั้งคู่นั่นล่ะครับ เพียงแต่ว่า เทคโนโลยีที่ให้แสงสว่างด้านหลัง หรือที่เรียกว่า Backlit ต่างกัน โดยจอ LCD ทั่วไปจะใช้ CCFL (Cold Cathode Florescent Lamp) เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างสีขาวอยู่ด้านหลัง (ดังรูปข้างบน) ซึ่งหากหลอด CCFL ได้รับการกระแทกแตกหักไป หน้าจอจะมึดไม่สว่างอย่างที่เห็น ในขณะที่จอ LED จะใช้แอลอีดีขนาดเล็กให้แสงสว่างแทน ซึ่งจุดเด่นของการใช้ LED ก็คือ แสงที่สว่างสดใสกว่า มีคอนทราสที่สูงกว่า (สีดำจะดำสนิทเหมือนจอพลาสม่า) ทำงานเร็ว (ไดนามิกของแสง) และก็ประหยัดไฟกว่า ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคสนใจจอ LED กันมากขึ้น สำหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ก็เช่น จอ LED Cinema Display ของ Apple, จอ LED ของ Samsung เป็นต้น

โทโปโลยี(topology) คือลักษณะทางกายภาพ (ภายนอก) ของระบบเครือข่าย ซึ่งหมายถึง ลักษณะของการเชื่อมโยงสายสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเครือข่ายด้วยกันนั่นเอง โทโปโลยีของเครือข่าย LAN แต่ละแบบมีความเหมาะสมในการใช้งาน แตกต่างกันออกไป การนำไปใช้จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำการศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ ข้อดีและข้อเสียของโทโปโลยีแต่ละแบบ เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบพิจารณาเครือข่าย ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
มีรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1.โทโปโลยีแบบบัส (BUS)
2.โทโปโลยีแบบวงแหวน (RING)
3.โทโปโลยีแบบดาว (STAR)
4.โทโปโลยีแบบ Hybrid
5.โทโปโลยีแบบ MESH

อ้างอิง http://www.rayongwit.ac.th/comcen09/network/topology.htm

โปรโตคอล ในความหมายของระบบเครือข่ายคือ ข้อกำหนดการสื่อสารคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครือข่ายจะมีซอฟต์แวร์ที่ปฏิบัติงานตามโปรโตคอลที่กำหนดพร้อมทั้งมีกรรมวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น หากข้อมูลที่ขนถ่ายมีข้อผิดพลาด คอมพิวเตอร์จะดำเนินการตามแบบแผนในโปรโตคอลเช่นส่งข้อมูลซ้ำใหม่
ในระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ อาจมีเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างกันได้เป็นจำนวนมาก ข้อมูลที่ส่งออกไปอาจไม่ได้ใช้เส้นทางเดียวกันตลอด ข้อมูลที่ส่งออกไปก่อนอาจไปถึงปลายทางช้ากว่า กรณีนี้เครื่องปลายทางจำเป็นต้องจัดลำดับข้อมูลใหม่ กรณีที่คอมพิวเตอร์ต้นทางสามารถส่งข้อมูลได้เร็วเกินกว่าปลายทางจะรับได้ทัน โปรโตคอลจะกำหนดกรรมวิธีควบคุมการลำเลียงข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทางให้สัมพันธ์กัน
อ้างอิง http://elearning.northcm.ac.th/it/lesson6-1.asp

องค์ประกอบของการสื่อสารมีทั้งหมด 5อย่าง

1. ผู้ส่ง (Sender) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งข่าวสาร (Message) เป็นต้นทางของการสื่อสารข้อมูลมีหน้าที่เตรียมสร้างข้อมูล เช่น ผู้พูด โทรทัศน์ กล้องวิดีโอ เป็นต้น
2. ผู้รับ (Receiver) เป็นปลายทางการสื่อสาร มีหน้าที่รับข้อมูลที่ส่งมาให้ เช่น ผู้ฟัง เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
3. สื่อกลาง (Medium) หรือตัวกลาง เป็นเส้นทางการสื่อสารเพื่อนำข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง สื่อส่งข้อมูลอาจเป็นสายคู่บิดเกลียว สายโคแอกเชียล สายใยแก้วนำแสง หรือคลื่นที่ส่งผ่านทางอากาศ เช่น เลเซอร์ คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุภาคพื้นดิน หรือคลื่นวิทยุผ่านดาวเทียม
4. ข้อมูลข่าวสาร (Message) คือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผ่านไปในระบบสื่อสาร ซึ่งอาจถูกเรียกว่า สารสนเทศ (Information) โดยแบ่งเป็น 5รูปแบบ ดังนี้
4.1 ข้อความ (Text) ใช้แทนตัวอักขระต่าง ๆ ซึ่งจะแทนด้วยรหัสต่าง ๆ เช่น รหัสแอสกี เป็นต้น
4.2 ตัวเลข (Number) ใช้แทนตัวเลขต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขไม่ได้ถูกแทนด้วยรหัสแอสกีแต่จะถูกแปลงเป็นเลขฐานสองโดยตรง
4.3 รูปภาพ (Images) ข้อมูลของรูปภาพจะแทนด้วยจุดสีเรียงกันไปตามขนาดของรูปภาพ
4.4 เสียง (Audio) ข้อมูลเสียงจะแตกต่างจากข้อความ ตัวเลข และรูปภาพเพราะข้อมูลเสียงจะเป็นสัญญาณต่อเนื่องกันไป
4.5 วิดีโอ (Video) ใช้แสดงภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการรวมกันของรูปภาพหลาย ๆ รูป
5. โปรโตคอล (Protocol) คือ วิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่ง สามารถเข้าใจกันหรือคุยกันรู้เรื่อง โดยทั้งสองฝั่งทั้งผู้รับและผู้ส่งได้ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ในคอมพิวเตอร์โปรโตคอลอยู่ในส่วนของซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่ทำให้การดำเนินงาน ในการสื่อสารข้อมูลเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น X.25, SDLC, HDLC, และ TCP/IP เป็นต้น
อ้างอิง http://newza.mapandy.com/2009/11/24

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) คือ กลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกัน ผ่านเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เพื่อให้ผู้ใช้ในระบบเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยน และใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครือข่ายร่วมกันได้ การที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีบทบาท และความสำคัญเพิ่มขึ้น เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้น เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้นเพิ่มการใช้งานด้านต่าง ๆ และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง เครือข่ายมีตั้งแต่ขนาดเล็ก ที่เชื่อมต่อกันด้วยคอมพิวเตอร์เพียงสองสามเครื่อง เพื่อใช้งานในบ้าน หรือในบริษัทเล็ก ๆ ไปจนถึงเครือข่ายระดับโลกที่ครอบคลุมไปเกือบทุกประเทศ เครือข่ายสามารถเชื่อต่อคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากทั่วโลก
เข้าด้วยกัน เรียกว่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
อ้างอิง http://www.tanti.ac.th/Com-tranning/IT/technof7.htm

[~PROFILE~]

My photo
N/A, N/A, Thailand
Mr.TANIT
MAKPANTUNAT
ID:501413008
Infotmation Technology

Followers